อึ้งกันทั้งโลก! “กลุ่มนอกลีกอังกฤษ” เปิดตัวใช้ชุดแข่งแบบซีทรูโปร่งแสง

จัดว่าสะเทือนแวดวงชุดแข่งฟุตบอลอีกแล้วสำหรับ เบเดล เอฟซี สโมสรลูกหนังจาก นอร์ท ไรดิ้ง ลีก (นอกลีก) จาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ ที่เปิดตัวชุดแข่งใหม่ประจำฤดูกาล 2021-22 ที่ทำเอาแฟนบอลต้องอึ้งแน่นอน

ก่อนหน้านี้สโมสรที่นี้จัดว่าขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของชุดแข่งสุดแปลกแปลก แต่ว่ากับหนนี้ต้องพูดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นไหนมาก่อนในโลกแน่นอน เพราะมันมาในชุดซีทรูแบบโปร่งแสงเห็นข้างในแบบแจ่มแจ้ง

โดยชุดแข่งนี้ถือเป็นความร่วมแรงร่วมใจกับ Prostate Cancer UK (ศูนย์สถาบันมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่สหราชอาณาจักร) ที่จัดทำแคมเปญออกมารณรงค์ให้เพศชายเข้ารับการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยชุดแข่งจะมีลูกศรสีขาวขนาดยักษ์ที่กางเกง รวมทั้งเสื้อเชิ้ตชี้ไปที่ความเป็นลูกผู้ชาย พร้อมข้อความว่า “อย่าลืมตรวจสอบ”

นอกจากนั้นทางสโมสรจาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ จะบริจาคเงินปริมาณ 5 ปอนด์ จากการขายชุดแข่งได้หนึ่งตัว ซึ่งพวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะระดมทุนให้ได้ 200,000 ปอนด์ เพื่อบริจาคให้กับ Prostate Cancer UK

สำหรับ เบเดล เอฟซี กลายเป็นที่พอใจไปทั้งโลกเมื่อ Heckfood บริษัทอาหารดัดแปลงขนาดใหญ่ สปอนเซอร์ของพวกเขาได้จ้างพวกเขาสวมเสื้อที่ดีไซน์เป็นรูปไส้กรอก รวมทั้ง ฮอทด็อกราดซอส มาแล้วกับ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้

ด้าน แอนดรูว์ คีเบิ้ล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Heckfood บริษัทอาหาร ได้พูดว่า “เราเริ่มต้นจากชุดไส้กรอกไม่มีอันตรายเมื่อไม่กี่ปีให้หลัง ซึ่งมันกลายเป็นแรงกระตุ้นมากมายให้กับเราที่จะผลิตชุดแข่งที่มีแนวคิดใหม่ๆออกมาเสมอ”

“มิลาน” ประกาศยืม “ดิอาซ” ร่วมกลุ่มพ่วงซื้อขาด

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบ สัญญายืมตัว 2 ปี พร้อมมีออปชั่นซื้อขาด 22 ล้านยูโร

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบ สัญญายืมตัว 2 ปี

คำอธิบายกำหนดแค่เพียงการดึงมาร่วมทีมไปจนกระทั่งจบฤดูกาล 2023 กระนั้นบรรดาสื่อใหญ่ในยุโรปและก็ผู้รายงานข่าวชื่อดังเผยว่าการยืมตัวครั้งนี้ อสุรกายแดงดำ จ่ายค่ายืมไปให้ เรอัล มาดริด 3 ล้านยูโร

นอกเหนือจากนั้น ไม่ลาน มีออปชั่นสำหรับเพื่อการเซ็นสัญญาถาวรราคา 22 ล้านยูโร แต่ว่ามีเงื่อนไขที่ พระราชาชุดขาว สามารถซื้อแนวรุกวัย 21 ปีกลับไปได้ในราคา 27 ล้านยูโร

ดาวเตะกลุ่มชาติสเปน จะสวมเสื้อเลขลำดับ 10 พื้นที่ว่างอยู่หลังฮาคาน ชาลฮาโนกลู ตกลงใจย้ายไปอินเตอร์ มิลาน

สำหรับ ดีอาซ ลงในสนามให้ ไม่ลาน เมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด 39 เกม โดยฤดูกาลนี้นักเตะจะสลับมาสวมเสื้อเลขลำดับ 10 ให้กับสมาคม

งงงันกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” ลำแข้งดังบราซิลพก “กลอง” ติดตัวฝ่าศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส ปราการหลังจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล ตกเป็นข่าวสารดังหลังถูกจับภาพเหมาะท่าอากาศยานนานาประเทศเมืองโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากถิ่นฐานบ้านช่องประจำตัวมาร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงเมืองโตเกียว

โดย แบ็กขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองโตเกียว เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ก่อนได้รับความพึงพอใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก

สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำประจำตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำจากรัฐบาเอีย ถิ่นฐานบ้านช่องของเจ้าตัวนั่นเอง โดยหน้าแข้งดังขึ้นอยู่กับ เซา เปาโล หวังว่าอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชนิดนี้จะทำให้เขาโชคดีสำหรับการแข่งขัน แล้วก็สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกยุค

อย่างที่รู้ดีว่า ชาวบราซิล นับว่าเป็นชาติที่ครึกครื้นเป็นชีวิต แล้วก็เสียงกลองก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดที่สร้างความสุข แล้วก็แล้วก็ความครึกครื้นด้านในกลุ่มระหว่างที่จำต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำกองทัพของผู้จัดการทีมฟุตบอล อันเดร ชาร์ดีน อยู่กรุ๊ปดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่โคสต์ แล้วก็ ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาเป็นการพบกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 เดือนกรกฎาคม นี้

คนมันเทวดา! สื่อตี แอตเลติเตียนโก มาดริด จ้องสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉายลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ กล่าวว่า เจสซี ลินการ์ด มิดฟิลด์ตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นจุดหมายในตลาดค้าขายซัมเมอร์ของ แอตเลติโก มาดริด กลุ่มแชมป์ลาลีกา ประเทศสเปน

จอมบุกวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ทำได้ 9 ประตูจากการลงในสนาม 16 นัดหมายช่วยให้กลุ่มของ เดวิด มอยส์ คว้าชั้น 6 ของตารางแล้วก็ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยูโรปา ลีก ได้เสร็จ

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเช่นนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดกลุ่มชาติอังกฤษอีกรอบเมื่อมีนาคมแล้วก็ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักฟุตบอลที่ถูกเรียกมาเตรียมความพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แม้กระนั้นก็ถูกเอาออกจาก 26 คนในที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างโชคร้าย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ ถึงแม้ทาง โอเล กุนที่นาร์ โซลชา จะออกมารับรองว่าเขายังต้องการเก็บนักฟุตบอลเอาไว้กับกลุ่มต่อไป แม้กระนั้น เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ก็ต้องการดึงเขากลับไปร่วมกลุ่มอีกรอบ แล้วก็จากรายงานล่าสุดบอกว่า แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก สิเมโอเน ก็ให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดค้าขายโดยประมาณ 25 ล้านปอนด์เวลาที่ข้อตกลงของเขาเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว ซึ่งทางกลุ่มขุนค้อนมีแผนในการที่จะยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล เวลาที่เจ้าตัวต้องการย้ายกลุ่มแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดแจงออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากดินแดนมักกะโรนี รายงานว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับเสื้อผ้าอีกที เพื่อให้กล้องถ่ายรูปถ่ายทอดสดดำเนินงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวคราวนี้เหมารวมทั้ง เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี จำเป็นต้องให้สีอื่นมีความเด่นกว่าสีเขียวเท่านั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตกลงใจประกาศให้ทราบตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกครั้งมมีเวลาเตรียมความพร้อม

จากการประกาศกฎดังที่กล่าวมาข้างต้น แน่นอนว่าสโมสรที่ได้รับผลพวงเยอะที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้ว่ากองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดได้แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตน เนื่องจากว่าพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ โคขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล

กลับมีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี รวมทั้ง ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งหมด 6 คน ได้แก่ เปเป้ แผงหลังทีมชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แผงหลังทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวาทีมชาติยูเครน รวมทั้ง 3 นักเตะทีมชาติอิตาลีตามรายนามข้างต้น โดยทั้ง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวกำเนิดที่ประเทศบราซิลทั้งหมดเลยด้วย

แต่มีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาพันธ์บอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากว่าได้ย้ายมาปักหลักภูมิลำเนาในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในตอนที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี รวมทั้งได้รับชนชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง จากนั้นได้เริ่มต้นอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรท้องนา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 รวมทั้งย้ายไปสร้างชื่อกับ ท้องนาโปลี ก่อนที่จะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งตอนนี้


ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 รวมทั้งได้โอนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ระหว่างที่ โตลอย เพิ่งจะได้ชนชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านกำเนิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนท้องนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในตอนที่สวมบทเป็นกองกึ่งกลางทีมชาติประเทศสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังทีมชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าเวลานี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เนื่องจากว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน รวมทั้ง โตลอย แปลงเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมใจ เนื่องจากว่าได้ใส่เสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นชื่อนัดชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศบอลยูโร 2020 ที่บทสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้เสร็จ ท่ามกลางความสิ้นหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงชื่ออย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าโจมตีไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแม้กระนั้นก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมทั้งจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรจะเป็นใบแดงเช่นกัน

จนกระทั่งช่วงนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงชื่อใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งขันกันใหม่อีกที ซึ่งเว้นแต่พวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังระบุเพิ่มเพราะว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินความจำเป็น โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมลงชื่อคราวนี้คงจะเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางความเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงจะไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ จำต้องเจอกับความหมดหวังอีกรอบ หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำต้องรอการบรรลุเป้าหมายต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการคว้าแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีมีหลายเสียงวิจารณ์หลังเกมเป็นอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูค้างโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยใคร่ครวญจากภาพรวมสำหรับเพื่อการซ้อม ถ้าหากคุณจะโทษคนใดกัน คนนั้นควรเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพังคนเดียว แม้กระนั้นพวกเราจะอยู่เคียงข้างเขา”

 

นอกเหนือจากนี้ อดีตปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เปิดเผยถึงมูลเหตุว่าเหตุใดทีมจึงหันมาเล่นเกมรับ แล้วก็ตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ โน่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เช่นเดียวกับการพนัน หากเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เราก็บางครั้งอาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นได้”

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดได้แชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษพิจารณา 3-2 ได้แชมป์มาครอบครองเป็นสมัยลำดับที่สองหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นดีที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้ทีมของเขาได้แชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968

นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลดีที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนท้องนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เอ้อร์นานเดซ (ประเทศสเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งดีที่สุด – เปดรี (ประเทศสเปน)

 

ขณะที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งดีที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นเกือบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกสลับตัวออกจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียวเท่านั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีผู้ใดทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำแบบงั้น มันช่างอัศจรรย์ ไม่ซ้ำใคร” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูเท่ากับ ปาตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณรัฐเช็ก แต่ว่าดาวเตะดินแดนฝอยทองทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

แข่งขันรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ยิงประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครอบครองบอลเฉลี่ยมากที่สุด ประเทศสเปน – 66.8%

ผ่านบอลแม่นยำที่สุด ประเทศสเปน – 89.3%

เซฟมากที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิท้องนาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ทำฟาวล์มากที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นลำแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด ชมรมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการเสวนาในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แนวรับเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ กูร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งกูร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมยกธงขาวด้วยเหตุว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายชื่อนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

ต่อจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลหรอ? เขาเป็นนักเตะดังหรอ?” แล้วต่อจากนั้นอีกทั้งกูร์กตัวส์และแฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมกันเบาๆ